คำถามที่พบบ่อย

ประโยชน์และโภชนาการ

งาดำเป็นอาหารที่มีสารอาหารหลากหลาย ทั้ง แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี โปรตีน และไขมันไม่อิ่มตัว รวมถึงสารสำคัญที่พบในงาอย่าง “เซซามิน (Sesamin)” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ

เซซามินเป็นหนึ่งในสารเด่นของงาที่มีการศึกษาถึงบทบาทต่อ ระดับคอเลสเตอรอล สุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด และการช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน ขณะที่แคลเซียมและแร่ธาตุต่าง ๆ ในงาดำก็เป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยดูแลกระดูกและการทำงานตามปกติของร่างกาย

การเติมงาดำในมื้ออาหารเป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสม จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยเพิ่มทั้ง สารอาหาร ไขมันไม่อิ่มตัว และสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ให้กับอาหารในแต่ละวัน

แหล่งอ้างอิง : 
งาดํา สรรพคุณและประโยชน์ของงาดำ 29 ข้อ (medthai.com)
5 กลุ่มอาหารสำคัญช่วยป้องกันกระดูกพรุน และเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง


หรืออ่านเพิ่มเติม.  “งาดำ” ธัญพืชเมล็ดจิ๋ว แต่คุณประโยชน์แจ๋ว!

แนะนำเป็นแบบคั่วบด เนื่องจากการคั่วจะทำให้เมล็ดงาดำสุกและดึงน้ำมันงาดำออกมา ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้อย่างเต็มที่มากกว่า ที่สำคัญกระบวนการคั่วที่ถูกต้องจะสามารถทำให้เก็บรักษาน้ำมันที่ดีไว้ได้อย่างครบถ้วน

แหล่งอ้างอิง :
เผยประโยชน์ของงาดำวันละ 1 ช้อน ดีต่อร่างกายแค่ไหน

อ่านเพิ่มเติม รู้ก่อนใคร! กินงาดำยังไงให้ได้ประโยชน์

วิธีรับประทานและข้อควรระวัง

งาดำให้ทั้งสารอาหารและพลังงานจากไขมัน จึงควรรับประทานในปริมาณพอเหมาะ แหล่งข้อมูลสุขภาพภาษาไทยบางแห่งแนะนำประมาณ 10–15 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ โดยควรรับประทานร่วมกับอาหารที่หลากหลายและสมดุล

แหล่งอ้างอิง : 
"งาดำ" ธัญพืชดีต่อหัวใจ ลดปัจจัยเสี่ยงจากมะเร็ง

เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ซองเดอร์

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ปราศจากสารกันหืน และงาดำมีน้ำมันตามธรรมชาติ หลังเปิดซองควรปิดซิปให้สนิทหรือเก็บในภาชนะที่ปิดมิดชิด เพื่อลดการสัมผัสกับอากาศ ความร้อน และความชื้น ซึ่งอาจทำให้เกิดกลิ่นหืนได้

แนะนำให้เก็บในช่องแช่แข็ง และรับประทานให้หมดภายใน 4 สัปดาห์หลังเปิดซอง เพื่อช่วยรักษาความสดใหม่ กลิ่น และคุณภาพของผลิตภัณฑ์

สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม : งาดำคั่วบด

โภชนาการและคำแนะนำสำหรับกลุ่มพิเศษ

โดยทั่วไป คนท้องสามารถกินงาดำได้อย่างปลอดภัยและมีประโยชน์มาก เพราะอุดมด้วยแคลเซียมที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกของคุณแม่และทารก  อย่างไรก็ตาม คุณแม่ที่มีภาวะสุขภาพเฉพาะ มีประวัติแพ้อาหาร หรือมีข้อจำกัดด้านอาหาร ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

แหล่งอ้างอิง : รู้โภชนาการสำหรับแม่ตั้งครรภ์

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้